แนะนำซีรีย์ญี่ปุ่นใหม่ 2013

โดย เจ้าของร้าน
เมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา

แนะนำซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่องใหม่ๆ 2013 (ประจำช่วง Spring)

สวัสดีค่ะเพื่อนๆ เนื่องจากปีนี้เห็นว่ามี ซีรี่ย์ญี่ปุ่น 2013 เรื่องใหม่ๆ ที่น่าสนใจอยุ่หลายเรื่องเลย บางทีเราก็อยากดูนะแต่ก็ไม่รู้จะดูเรื่องไหน มันเยอะแยะไปหมด  เลยไปตามอ่านในพันทิพ เจอข้อมูลดีๆก็เอามาแนะนำซี่รี่ย์ญี่ปุ่นให้ได้อ่านกันจ้า

ตอนนี้มีบทความใหม่อีกอันนึงนะคะ

       แนะนำซีรีย์ญี่ปุ่นใหม่ 2013 (ประจำช่วง Summer )

อันนี้ต้องขอยกเครดิตให้คุณ sianpa@Pantip และคุณ pondloso ที่ให้รีวิวข้อมูลไว้
มาดูกันเลยว่า ซีรีย์ญี่ปุ่น  Prime Time ประจำช่วง Spring 2013 มีอะไรน่าดูกันบ้างค่ะ
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------
แนะนำซีรีย์ญี่ปุ่นเรื่องใหม่ 2013

บทความต่อไปนี้โดย คุณ pondloso


Prime Time Drama Review Spring 2013

จบไปแล้วกับอีกหนึ่งซีซั่นของปีนี้ ด้วยความที่ดูแล้วอยากบ่นอยากชม แต่ให้ชาวบ้านได้รู้ด้วย เลยมารีวิว โดยคะแนนที่ให้ไปก็พยายามใช้มาตรฐานของซี่รี่ย์ญี่ปุ่น และแนวของแต่ละเรื่องเป็นหลัก แต่แน่นอนต้องมีความชอบส่วนตัวปนอยู่ด้วย 55

ความรู้สึกของผมต่อคะแนนที่ให้

* ตํ่ากว่า 5 = แย่ ไม่น่าเชื่อว่าปล่อยผ่านมาได้ยังไง
* 6 = พอฝืนดูได้ ถ้าไม่มีอะไรให้ดูเท่าไหร่หรือชอบนักแสดงนําจริงๆ
* 6.5 = ทํามาพอใช้ จะเป็นพวกแนวเดิมๆ ทําออกมาไม่แย่ แต่ก็ไม่น่าประทับใจ ว่างก็ดูได้
* 7 = ทําได้ดีตามมาตรฐานซี่รี่ย์ญี่ปุ่น จะเป็นพวกแนวเดิมๆ แต่ว่าฉีกออกไปนิดหน่อย ดูได้เรื่อยๆ
   และต้องดูหากชอบนักแสดงนํา หรือแนวนั้นๆ เป็นพิเศษ คะแนนจะ +เป็น 8 ได้เลย
* 7.5 = ทําออกมาได้ดี แต่ว่ามีบางส่วนที่ทํามาได้ไม่ดี เลยรั้งส่วนดีไว้
   ถ้าชอบแนวนั้นๆ ล่ะก็ดูได้สนุกแน่นอน
* 8 = หลายๆ ส่วนทําออกมาได้ดี แต่ยังไม่เด่นมาก ใครที่ชอบแนวนั้นๆ ห้ามพลาดเลยละ
* 8.5 = ทําออกมาได้ดี และมีบางส่วนที่เด่นขึ้นมาชัดเจน แม้ไม่ใช่แฟนแนวนั้นๆ ก็ดูได้สนุก
* 9 = แต่ละส่วนทําออกมาได้ลงตัว ดูแล้วติดตา จนลืมเวลา เป็นอะไรที่ห้ามพลาดเลย
* 9.5 = เป็นซี่รี่ย์ที่ยกว่าขึ้นหิ้งได้เลย แม้จะไม่ใช่แฟนนักแสดงนํา หรือแนวนั้นๆ ก็ต้องดูให้ได้
  อย่างน้อยสักตอน อาจจะได้แนวใหม่ที่รักโดยไม่รู้ตัว ทุกอย่างในเรื่องลงตัวมากๆ หาข้อติไม่ได้เลย
* 10 = เป็นอะไรที่พิเศษมาก ถ้าระดับนี้จะต้องเป็นดาวประดับฟ้าของในแนว หรือของซี่รี่ย์ญี่ปุ่นได้เลย
  ส่วนตัวผมจะให้ต้องพิเศษมากๆ หากยกเรื่องในอดีตมาก็พวก  1 Litre of Tears, Antique, Dr.Kotohero อะไรพวกนี้ มันต้องดูแล้วสุดๆจริงๆ แต่บางเรื่องอาจจะให้ด้วยความชอบส่วนตัว ซึ่งผมจะบอกไว้ เช่นเพลงถูกใจ นักแสดงนําโดนมาก อะไรแบบนั้นซึ่งเป็นความชอบส่วนตัวของผม
_____________________________________________________________
เรื่องแรกค่ะ

Galileo 2
Galileo Season 2

เรื่องนี้คงไม่ต้องบรรยายว่าภาคแรกดังแค่ไหน  พระเอกตัวพ่อกับนางเอกตัวแม่ของวงการบันเทิงญี่ปุ่นคู่หนึ่งจับคู่กัน คนไม่สนใจก็คงไม่รู้จะว่ายังไงสําหรับตอนนั้น แต่เนื้อเรื่องดันมาแปลกสดใหม่สําหรับในยุคนั้น ทําให้ดังระเบิดไปเลย  คราวนี้กลับมาในภาคสอง มีการเปลี่ยนแปลงหลักๆ ก็คือเจ๊โคไม่ได้เป็นนางเอกแล้ว แต่รายละเอียดหลักของเรื่อง การดําเนินเรื่อง ให้ความรู้สึกแทบไม่ต่างจากภาคเก่า ซึ่งบางคนก็บอกว่าดี บางคนก็บอกว่าน่าจะปรับปรุงบ้าง เรื่องที่มีคนบ่นมากที่สุดคงหนีไม่พ้น นางเอกในภาคนี้ที่ได้ Yuriko มาแทนที่เจ๊โค ส่วนตัวผมค่อนข้างเห็นด้วยกับเสียงบ่นในเรื่องนี้ ไม่ใช่ Yuriko แสดงไม่ดี น่ารักและแสดงได้น่าหยิกมาก แต่ว่าพอมันไม่ใช่เจ๊โค ความรู้สึกในส่วนของพระนางก็เปลี่ยนไป คนละเรื่องกับภาคแรกเลย และน่าสงสาร Yuriko ยิ่งไปอีก เพราะผมมองว่าบทเรื่องนี้ตั้งแต่เริ่มเรื่องยันจบ เธอโดนพระเอกกับนักแสดงรับเชิญกลบมิดทุกตอน จนกลายเป็นนักแสดงสมทบไปเลยก็ว่าได้ สาเหตุหลักเลย ถ้าถามผมคงต้องบอกว่าบุคลิกของ Yuriko นั้น ไม่เข้ากับหนังแนวสืบสวนแนวลึกลับ ต่างกับเจ๊โคมากในส่วนนี้ Yuriko ถ้าเป็นแนวโรแมนติกหรือดราม่า จะเป็นผู้หญิงที่น่ารักน่าหลงไหลมากๆ  ขนาดตอนท้ายๆ ของเรื่อง ผู้สร้างพยายามใส่บทดราม่าเพิ่มเข้ามาเพื่อให้ Yuriko ได้แสดงฝีมือเยอะขึ้น ก็ยังโดนกลบอยู่ดี เพราะตอนท้ายๆ นักแสดงรับเชิญดันขั้นขึ้งหิ้งซะงั้น น่าสงสารมาก อันนี้ผมไม่แน่ใจนะ แต่เสียงเรียกร้องอาจจะเยอะมาก จนทาง  Fuji TV ต้องไปขอให้เจ๊โคมาช่วยแสดง sp แบบว่าต่อเนื่องจากเรื่องหลักกันเลยทีเดียว และผมได้ดูแล้ว ต้องบอกว่าไม่ผิดหวังเลย มันใช่สุดๆ บทแบบนี้ หาคนมากินเจ๊แกยากมาก แนวพวกเก้ๆ กังๆ แต่ใจสู้เนี่ย พูดกันตามตรง เนื้อเรื่องของ sp ผมว่าลุ้นและน่าติดตามกว่าของตอนปกติทุกตอนเลย ใครที่ยังรู้สึกขัดใจกับภาคสอง หา sp มาดู ช่วยได้เยอะทีเดียว เห็นแล้วอยากให้เจ๊โคกลับมาเล่นซี่รี่ย์เร็วๆ จัง คิดถึงมาก
null
ถ้าถามผมเรื่องนี้ผมว่านางเอกไม่เข้ากับเรื่อง ผมให้ 7/10 แต่ถ้าสนใจแต่เรื่องคดีการสืบสวนคงได้ 8/10 ที่คะแนนไม่เยอะไม่ใช่ว่าไม่ดีนะครับ หนังดีแน่นอน แต่ส่วนตัวผมมองว่าภาคแรกยังทําได้ดีกว่าพอสมควร ทําใหม่ต้องดีกว่าเดิม เมื่อทําไม่ได้ผมเลยให้คะแนนไม่เยอะ
คลิ๊กที่นี้เพื่อซื้อซีรีย์ Galileo Season 2



null
Kakushou ~ Keishichou Sousa 3-ka


เรื่องนี้ก็เป็นไปตามที่คิดไว้ตั้งแต่ดูตอนแรก ส่วนตัวแล้วมันเดาง่ายมากว่า เรื่องจะมาแนวไหน และจะจบแนวไหน เนื้อเรื่องหลักๆ ก็มาแนว ตํารวจเก๋าจับคู่ตํารวจใหม่ซึ่งมีให้ดูมาหลายเรื่องแล้ว แต่รอบนี้เปลี่ยนมาเป็นผู้หญิงเป็นตํารวจใหม่บ้าง การเดินเรื่องก็มาแนวเดิมๆ ไม่ได้แปลกใหม่อะไร เนื้อเรื่องก็ไม่มีอะไรน่าสนใจเป็นพิเศษ แต่อย่าเข้าใจผิดเรื่องนี้ไม่ได้แย่ นักแสดงหลายคนโดยเฉพาะตัวหลัก แสดงกันได้ดีเลยละ เนื้อเรื่องก็ดูได้เรื่อยๆ เหมาะสําหรับคนชอบแนวนี้
เรื่องนี้ถ้าทั่วไปผมคงให้สัก 6.5/10 ทําได้ตามมาตรฐานของแนวนี้ ถ้าชอบแนวนี้เป็นพิเศษคงได้สัก 8.5 เพราะได้นางเอกน่ารักมาเปลี่ยนบรรยากาศของเรื่องแนวๆ นี้


null
Kamo, Kyoto e Iku ~ Shinise Ryokan no Okami Nikki


เรื่องนี้เกี่ยวกับนางเอกที่ต้องมารับช่วงกิจการโรงแรมญี่ปุ่นของครอบครัวต่อแบบกระทันหัน หนังจับประเด็นที่ถือว่าไม่จําเจนักมาเล่น พยายามผสมผสานตลกเล็กๆ น้อยๆ กับดราม่าที่จะสลับกันไปมาตลอดทั้งเรื่อง จุดเด่นของเรื่องนี้คงเป็นการแสดง ที่ต้องบอกว่าทุกคนเลยที่แสดงเรื่องนี้ ผมกาจุดติไม่พบเลยในเรื่องการแสดง ทุกคนเข้ากับบทและแสดงได้ลื่นไหลมาก และสิ่งที่หนังพยายามจะนําเสนอ ก็คงเป็นการรับส่งบทของพระเอกนางเอก เรื่องนี้ Kippei ก็เหมือนเดิม แสดงได้เนียนตาจริงๆ แต่ว่าแม้เรื่องนักแสดงและการแสดง
จะยอดเยี่ยมมาก แต่ว่าเนื้อเรื่องของเรื่องนี้ ต้องบอกว่าน่าเสียดาย จับจุดประเด็นที่จะมาเล่นได้ถือว่าไม่เลวนักการเล่าเรื่องและเนื้อหานั้น ค่อนข้างจะน่าเบื่อและก็ไม่มีอะไรโดดเด่น เหตุการณ์ต่างๆ ในเรื่อง มีการนํามาเล่าในเรื่องอื่นๆ กันเยอะมากแล้ว เลยขาดความน่าติดตามไปเยอะมาก เป็นข้อเสียใหญ่เลยทีเดียว
เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ทําได้ดีกว่ามาตรฐาน แต่ถ้าชอบดูเรื่องดราม่าซึ้งๆ แบบไม่เศร้า เรื่องนี้ผมให้ 8.5


null

Kasukana Kanojo


คนเห็นผี...อีกแล้ว เรื่องนี้มาแนวคนเห็นผี ที่เรียกกันว่ามีมาเรื่อยๆ คราวนี้มาในแนวอาจารย์มองเห็นผีได้ ซึ่งก็เคยมีมาเยอะแล้ว แต่ว่าเรื่องนี้จะเน้นหนักไปทาง ปัญหาของเด็กในห้องของพระเอก เป็นพวกปัญหาวัยเรียน ที่เห็นกันมาหลายๆ เรื่อง ทั้งกับเพื่อนและครอบครัวคนรอบข้าง หนังยังเพิ่มปัญหาของตัวครูบางคนมาด้วย ส่วนตัวผมคิดว่ามันเบสิคมากๆ เห็นกันมาในหลายๆ เรื่องแล้ว ถือเป็นจุดด้อยที่สุดของเรื่องนี้ก็ว่าได้ ในส่วนของการตามแก้ปัญหาให้เด็กนั้น ไม่น่าติดตามเลยสําหรับผม มีหลายเรื่องทําได้ดีกว่ามากแต่ว่าเรื่องนี้ยังมีส่วนอื่นที่เน้นด้วย ในเมื่อพระเอกมองเห็นผีทั้งที จะไม่เน้นก็ไม่รู้จะทําแนวนี้ทําไม 55
ในส่วนของพวกผีๆ ทั้งหลาย จะเน้นไปทางเสริมเรื่องตลกมาคั่นเรื่องเครียดๆ ของเด็กงี่เง่าในเรื่องทั้งหลายเรื่องนี้ในส่วนของผีคงจะพูดได้ว่า เป็นตัวชูเรื่องอย่างเดียวของเรื่องนี้แล้ว และก็ช่วยได้เยอะมาก ส่วนตัวผมแต่ละตอนเหมือนจะสนุกและสนใจ ก็ตอนที่มีพวกผีๆ เข้าฉากด้วยนี่แหละ เพราะแต่ละคนแสดงได้ดี และต้องขอบอกว่า Anne น่ารักมีเสน่ห์มากๆ และแสดงเรื่องนี้ได้เด่นที่สุดแล้วในความเห็นผม เบียดพระเอกอย่างเห็นได้ชัดในเรื่องความน่าสนใจ เพราะบทพระเอกผมมองว่ามันน่าเบื่อ และเดาได้ง่ายมากในแต่ละตอน

เรื่องนี้ผมว่า 7.5/10 เรื่องนี้ถ้าไม่มี Anne  ผมให้ 6/10 อาจจะเป็นความชอบส่วนตัวด้วย แต่ต้องยอมรับจริงๆ ว่าเรื่องนี้นอกจาก Anne  แล้วส่วนอื่นมันเบสิคมาก เรื่องอื่นที่เคยดูมาทําได้ดีกว่าเยอะ ยิ่งแนวๆ เด็กมีปัญหานี่ มีเรื่องอื่นดีกว่าเยอะมาก

คลิ๊กที่นี้เพื่อซื้อซีรีย์ Kasukana Kanojo


null

Kazoku Game
 
เรื่องนี้ shioriสวยมากๆ เป็นจุดเด่นที่สุดสําหรับผมของเรื่องนี้ จากที่ preview ไปหลังจากดูไปตอนแรก ผมคิดว่ามันคงไม่น่าสนใจเท่าไหร่ ออกแนวน่าเบื่อด้วยซํ้า แต่พอได้ดูไปหลายๆ ตอน ต้องยอมรับว่าน่าดูกว่าที่คิด แต่ก็ไม่ใช่จะประทับใจอะไรมาก
ข้อดีของเรื่องนี้ก่อนเลยก็คือ หนังเอาประเด็นเดิมๆ มาเล่นในมุมมองเดิมๆ แต่ว่านําเสนอแบบแหวกพอสมควรทีเดียว โดยประเด็นหลักของเรื่องที่ว่าแหวก ก็คงเป็นที่ตัวพระเอกคนเดียว ถือว่าเป็นครูที่ไม่ค่อยจะมีมาก่อนในแนวนี้ แต่ก็ไม่ถึงกับน่าประทับใจ แล้วก็คนที่แสดงเป็นพ่อกับแม่เรื่องนี้ แสดงได้ดีมาก แสดงแล้วรู้สึกถึงอารมณ์ร่วมของปัญหาครอบครัว ที่บ้านนี้มีอยู่ได้ชัดมาก มันกดดันและอึดอัด ข้อดีที่ชัดที่สุดก็คงเป็น shiori สวยมากๆ ยิ่งตอนใส่ชุดแนวผู้ใหญ่ด้วยวิ้งสุดๆ เรื่องการแสดงก็ต้องยอมรับว่าได้ทุกฉาก ออกฉากไหนเด่นฉากนั้นเรื่องนี้แสดงได้ดีกว่า sho เสียอีก ในความเห็นส่วนตัวผม อาจจะเป็นเพราะบทของ sho เองนั้นเรื่องนี้ นอกจากทําท่าทางยิ้มแบบกวนๆ แล้ว ไม่ค่อยจะมีอะไรให้แสดงความสามารถมาก คาแร็คเตอร์จะเป็นออกแปลกๆ แข็งๆ ส่วนตัวผมเลยมองว่าโดนกลบไปหลายฉากเหมือนกัน  ข้อเสียใหญ่ของเรื่องนี้เลยก็คือ เนื้อเรื่องหลักมันเดาง่ายบทของแต่ละตัวละครมันจะเป็นยังไงต่อไปมันเดาง่ายมาก ไม่อยากจะเดา แต่ว่าบทแนวนี้มีให้ดูไม่รู้เท่าไหร่แล้ว
ขนาด shiori โผล่มาตอนที่สองผมก็รู้เลยว่าจะมาแนวไหน พวกปัญหาครอบคัว ปัญหาวัยเรียนต่างๆ บทสรุปลงเอยของเรื่อง ถือว่าทําได้ตามารตฐาน แต่ว่าไม่มีอะไรน่าประทับใจในส่วนของเนื้อเรื่อง
เรื่องนี่ผมให้ 7.5/10 แม้หลายๆ คนจะแสดงได้ดี แม้จะมี shiori ขวัญใจผม แต่ก็ต้องยอมรับว่า เนื้อเรื่องโดยรวมมันง่ายไป ทั้งที่หนังพยายามจะหักมุมไปมา แต่ว่าดันใช้มุกเดิมๆ มันเลยยิ่งทําให้จําเจไปอีก
คลิ๊กที่นี้เพื่อซื้อซีรีย์ Kazoku Game


null

Kumo no Kaidan


เรื่องนี้หลังจากได้อ่านเรื่องย่อและได้ดูตอนแรกไป ผมประทับใจมากและตั้งความหวังไว้สูงทีเดียว เนื้อเรื่องเน้นดราม่าจัด และก็หยิบประเด็นที่เรียกได้ว่า ส่วนตัวผมเองยังไม่เคยผ่านตามาก่อน อาจจะมีเรื่องอื่นใช้ไปบางในเรื่องของหมอไม่มีใบประกอบโรคศิลป์ (ใบอนุญาตให้รักษาคนได้)แต่ก็ยังไม่เคยดูเรื่องไหนที่มาเน้นประเด็นนี้เป็นเรื่องหลัก คงเป็นเพราะเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อน เริ่มแล้วมันจะแรงและหาทางลงยาก คนเขียนบทเลยไม่อยากจะเจาะลึกนัก เรื่องนี้นักแสดงแต่ละคนแสดงได้ดีมากๆ การรับส่งบททําได้ไหลลื่นมาก เป็นอีกเรื่องของซีซั่นนี้ ที่หาข้อติ เรื่องการแสดงยากมาก โดยเฉพาะ Hiroki ซึ่งผมประทับใจมาแล้วหลายเรื่องในฝีมือการแสดง จากตอนแรก ที่เห็นว่าไม่หล่อเลย แต่พอดูการแสดงแล้ว พี่แกเข้าถึงบทจริงๆ คิดว่าตอนนี้คงก้าวมาเป็นพระเอกแถวหน้าได้เต็มตัวแล้ว หลังจากแสดงได้ดีมากๆ ในหลายเรื่อง เป็นอีกคนที่อาศัยฝีมือล้วนๆ หน้าตาเป็นแค่ส่วนเสริมในการสร้างชื่อขึ้นมา เรื่องนี้ Hiroki แสดงได้เข้าถึงบทโคตรๆ ดูแล้วเครียดแทนทั้งเรื่อง สื่อความรู้สึกของ
ตัวละครออกมาได้ชัดเจนมาก ไม่มีที่ติเลยในเรื่องการแสดง เนื้อหาเรื่องนี้เข้มข้นและกดดันมาก เนื้อเรื่องเดินเร็วไม่ลากเรื่อง มีการจับประเด็นน่าสนใจหลายอย่างมาเล่นคู่ไปกับประเด็นหลักของเรื่อง ต้องบอกว่าเรื่องนี้ เกือบจะขึ้นถึงขั้นสุดยอดไปแล้ว แต่ก็เป็นอะไรที่เลี่ยงไม่ได้อย่างที่ผมบอกไป ประเด็นมันแรงและหาทางลงยาก หลังจากตอนที่ 8 ไปจนจบ เรื่องนี้ก็ปูทางลงให้กับเรื่องหลายๆ ส่วนรวบรัดจนเกินไป และดูแล้วไม่เข้ากับเนื้อเรื่องตอนต้น ที่เดินมาได้สนุกเข้มข้นอยู่แล้ว ความรู้สึกตอนที่ 9-10 เหมือนกับว่าดูคนละเรื่องกันเลย เพราะหนังหาทางลงได้แบบผมงงมาก ส่วนตัวผม ผมว่ามันมีทางอื่นน่าสนใจให้เดินเรื่อง แต่หนังกลับเดินมาทางที่มันขัดๆ กับเนื้อเรื่องที่ปูมา และบทสรุปของเรื่องเองบางจุดก็ทําได้ดี บางจุดก็ทําได้แย่ บางจุดก็ทําได้พอถูไถ เอาเป็นว่าจุดจบของพระเอก ผมถือว่า
จบได้ดีไม่น่าเกลียด แต่ของตัวละครอื่นๆ หลายๆ คน จบได้แบบว่าน่าผิดหวังมาก หากเทียบกับเรื่องที่ปูมาแบบสนุก และได้ลุ้นดราม่ากันตั้งแต่ตอนแรกถึงตอนที่ 8

เรื่องนี้ถ้าตัดสองตอนสุดท้ายไป ผมให้ 9.5/10 สนุกกดดันและการแสดงที่ยอดเยี่ยมมาก แต่ถ้านับรวมทั้งเรื่อง ผมให้ 8/10 ส่วนตัวผม ผมว่าหนังตกม้าตายเอาดื้อๆ ตอนจะจบเรื่อง ผู้สร้างอาจจะเห็นว่าดี แต่ผมคิดว่า มันเดินเรื่องพิลึกมากในหลายๆ ส่วนของบทสรุปเรื่อง แต่บางส่วนก็จบดีมาก


null

Daini Gakushou


เรื่องนี้ต้องชม NHK ที่พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งหนึ่งว่า ซี่รี่ย์ที่เข้าขั้นยอดเยี่ยมได้นั้น ไม่จําเป็นจะต้องหวือหวาพิลึกหรืออลังการอะไรมาก ไม่ต้องมีพลังพิเศษ ไม่ต้องระเบิดภูเขาเผากระท่อมแบบอาหลอง เป็นซี่รี่ย์แบบคลาสสิคเจซีรี่ย์อีกเรื่องหนึ่ง แม้กระทั้ง intro เรื่องยังย้อนไปแบบยุค 85-90 เลยโดนมาก เนื้อเรื่องคือ เพื่อนรักสองคนตั้งแต่วัยเรียน ที่เล่นไวโอลินตั้งแต่เด็ก เมื่อโตขึ้นเดินคนละทาง คนหนึ่งยังมุ่งทางดนตรีจนชื่อเสียงโด่งดัง อีกคนหันเข้าหาชีวิตครอบครัวของตัวเอง เมื่อได้มาเจอกันอีกครั้ง ต่างฝ่ายก็มีความอิจฉาในชีวิตของอีกฝ่ายหนึ่ง เนื้อเรื่องหลักประเด็นง่ายมากๆ แต่นี่คือแก่นแท้ของซี่รี่ย์ญี่ปุ่นอีกเรื่องหนึ่ง ที่แสดงให้เห็นถึงความสวยงามของชีวิตคนทั่วๆ ไป ที่สามารถนํามาเล่าได้น่าติดตาม จนลืมเวลากันเลยทีเดียว หนังดูเหมือนไม่มีอะไรดึงดูด แต่ดูแล้วลืมเวลาไปเลย หยุดไม่ได้ทีเดียว รายละเอียดหลายๆ อย่างลงตัวมาก บทไม่ได้สดใหม่อะไรมากมาย ยังมีการนําของเก่ามาหากินกันเยอะ แต่ว่าเมื่อเอามาแล้ว รู้จักลําดับเรื่องและได้บทนักแสดงที่ดี มันก็ประทับใจได้ทุกฉาก แม้จะเคยมีคนอื่นใช้มาก่อน ต้องยอมรับจริงๆเรื่องนี้ทั้งบทและการแสดงไม่มีที่ติเลยสําหรับผม มันตรึงใจและดึงดูดมาก ทั้งดราม่าและเรื่องราวซึ้งๆ มารวมกับบทเพลงคลาสสิคและเสียงไวโอลินเพราะๆ ใครที่ชอบฟังเพลงแนวนี้ อิ่มใจทั้งเรื่องแน่นอน คนที่ชอบดู
หนังครอบครัว ชอบดราม่าไม่หนักแต่ว่าซึ้งๆ ผสมกับโรแมนติกแบบผู้ใหญ่ (ไม่ใช่18+นะ) เรื่องนี้ห้ามพลาดเด็ดขาด เอาง่ายๆ ผมว่าแค่ตอนเปิดเรื่องของเรื่องนี้ ตรึงใจผมกว่าตอนจบของเกือบทุกเรื่องในซีซั่นนี้เลย

เรื่องนี้ผมให้ ตอนแรกผมจะให้ 9.5/10 บทโคตรดี ภาพโคตรสวย เพลงโคตรเพราะ แต่พอจบเรื่องแล้วได้ยินเสียงร้องของ Yamashita เท่านั้นแหละเอาไปเลยเต็ม 10 เพลงประกอบนักร้องมันคลาสสิคโคตรๆดูเรื่องนี้แล้วเหมือนได้ย้อนกลับไปดูซี่รี่ย์ในยุคสิบปีที่แล้วเลย เรียบง่ายแต่ประทับใจไม่รู้ลืม (Yamashita คือนักร้องดังมากของญี่ปุ่นคนหนึ่ง ที่ร้องเพลงประกอบซี่รี่ย์ดังๆหลายเรื่อง ได้ยินเสียงแล้ว อ๋อกันแน่นอน ที่รู้จักกันมากสุดคงหนีไม่พ้นเรื่อง Good Luck ของทาคุยะ)


null

Keiji 110 kg


เรื่องนี้มาแนวสืบสวนอีกแล้ว แนวนี้ไม่ต้องห่วงโลกคงแตกก่อนที่คนญี่ปุ่นจะเลิกชอบพวกแนวสืบสวนแน่ๆเพราะงั้นเมื่อหากินแนวเรื่องเดิมๆ มันก็ต้องพยายามปรับเปลี่ยนกันตลอดเวลา เพื่อให้ของตัวเองนั้นเรตติ้งดีและเป็นที่ยอมรับ อย่างที่ได้เห็นกันมาแล้วในหลายๆ เรื่อง มีทั้งฉีกจนดังหรือฉีกจนดับ มาตลอดทุกๆ ซีซั่นเรื่องนี้ฉีกออกไปด้วยการเน้นที่ตัวเอกเดินเรื่องนั้น เป็นนักสืบอารมณ์ดี นํ้าหนักชั่งได้เช้านี้ 110 กิโลกรัมโดยพระเอกจะเป็นพวกกึ่งมีพลังพิเศษอ่านใจคนได้ นอกจากนั้นยังมีจิตใจดี เลยสร้างความประทับใจให้คนที่
พบได้ด้วย เรื่องนี้จะเดินเรื่องโดยเน้นทั้งสืบสวนทั้งดราม่าทั้งตลก โดยพยายามให้มันพอดีกันในแต่ละตอนโดยเรื่องคดีจะไม่หนักมาก ออกแนวคล้ายๆ deka wanko ประมาณนั้น ด้านมุกฮาๆ เรื่องนี้ ก็จะมีมาเรื่อยๆโดยต้องชมว่า หนังไม่ฝืนใส่เข้ามาเพื่อให้ฮา แต่ใส่เข้ามาให้มันเข้ากับเรื่อง แต่ละฉากทําให้อมยิ้มได้เรื่อยๆอาจเผลอหลุดหัวเราะได้บางครั้ง เรื่องดราม่าเองก็จะมีให้ซึ้งในทุกๆ ตอน เป็นสูตรสําเร็จอย่างหนึ่งของแนวสืบสวน เรื่องนี้ดูได้ทุกเพศทุกวัยและคนที่ชอบทุกแนว เพราะไม่ได้เน้นสืบสวนที่หนักมาก

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 เน้นแต่ละส่วนได้ลงตัวเลย ดูได้เรื่อยๆ ทุกตอนไม่น่าเบื่อแน่นอน แต่ก็ยังไม่ถึงกับขึ้นหิ้งอะไร เรื่องนี้ผมยังดูแค่ 6 ตอนเท่านั้น เพราะตัว raw ยังออกมาไม่ครบ แต่คิดว่าเรื่องคงไม่พลิกอะไรไปจากนี้มากแล้วล่ะ
ปล.เรื่องนี้เพลงตอนจบเรื่องก็เพราะเหมือนกัน


null

Doubles ~ Futari no Keiji


เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ผมตั้งความหวังไว้สูงมาก เพราะได้นักแสดงเก่งมาแสดงเยอะมาก และเรื่องย่อก็น่าสนใจ จากที่ดูตอนแรกไปก็สนุกมาก แต่ว่าความสนุกจากตอนแรกมันถอยลงไปเรื่อยๆ เป็นที่น่าผิดหวัง หนังไม่ได้เดินเรื่องแบบที่ผมคิดไว้และอยากจะให้เป็น นักแสดงแต่ละคนเก่งจริงๆ อันนี้ไม่มีข้อติในเรื่องการแสดง แต่การลําดับเรื่องและเนื้อหามันไม่ไปไหน คดีมันจะมาเป็นตอนๆ อันนี้ถือว่าปกติ แต่ในใจผมอยากให้ตัวละครแต่ละตัว มีการพัฒนากันไปมากกว่านี้ แต่เรื่องมันกลับไม่ไปไหน หนังไปเน้นการสืบคดีและวิ่งสู้ฟัดมากเกินไป โดยที่ไม่ค่อยจะหยุดพักมาพูดถึงตัวละครเท่าไหร่ ถ้ามาเน้นเรื่องความสัมพันธ์ของตัวละครแต่ละตัว พัฒนากันไป เรื่องนี้จะยอดเยี่ยมมาก ส่วนตัวผมมองว่าเรื่องนี้ทิ้งโอกาสไปอย่างน่าเสียดาย จะมีสักกี่ครั้ง ที่พระเอกคู่นี้มาจับคู่กันได้ อาจจะเป็นครั้งเดียวนี้ก็ได้ น่าเสียดายมาก

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 การสืบสวนและคดีแต่ละตอนสนุกดูเพลิน แต่เรื่องมันไม่ไปไหน
ถ้าชอบแนวลุยๆ ไม่สนเนื้อเรื่องเท่าไหร่ละก็คงจะได้สัก 8/10

คลิ๊กที่นี้เพื่อซื้อซีรีย์ Doubles ~ Futari no Keiji



null

Sennyuu Tantei Tokage


สืบสวนอีกแล้ว.....55 เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องแรกที่ shota มาเล่นแนวสืบสวน แต่คงจะเป็นเรื่องแรกที่ฉีกมาเล่นแนวแอ็คชั่นเต็มตัวก็ว่าได้ shota เป็นนักแสดงชายแถวหน้าอีกคนหนึ่ง แต่ผมมองว่าให้มาตีลังกาต่อยๆ เตะๆไม่เหมาะกับเจ้าตัวเลย ด้วยความที่ร่างเล็กและดูบอบบางเกินไป แต่บทดันตรงกันข้ามกับภายนอกมากอีกทั้งเนื้อเรื่องเรื่องนี้ก็เป็นแบบเดิมๆ มีมาให้เห็นเยอะแล้ว แม้แนวๆ สุดยอดสายลับแบบนี้จะไม่ค่อยมี แต่ว่าการเดินเรื่อง การลําดับเรื่องแบบนี้ถือว่าจําเจมาก ดูไปก็คงจะพอเดาออกกันหมดว่ามันจะจบยังไง
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่บอกได้ว่าแสดงดีทั้งเรื่อง แต่ลําดับเรื่องไม่ดีมันก็รั้งกันไปมา แสดงกันได้ดีทุกคน แต่ว่าลําดับเรื่องไม่สนุก มันก็เลยลูกผีลูกคน แนวเดียวกับ Doubles ~ Futari no Keiji

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ทําได้ตามมาตรฐาน แสดงได้ดีทุกคน แต่ว่าเรื่องมันวนๆ การลําดับเรื่องที่ธรรมดาเกินไปเหมาะสําหรับคนที่อยากดู shota ในแบบใหม่ แนวยอดสายลับอะไรประมาณนั้น หลังจากเคยสร้างความประทับใจ ในสุดยอดอัจฉริยะจาก liar game จนติดใจทั้งเอเชียมาแล้ว

คลิ๊กที่นี้เพื่อซื้อซีรีย์ Sennyuu Tantei Tokage

null

Last Cinderella


เรื่องนี้น่าจะเป็นเรื่องที่กระแสดีที่สุดแล้ว ในซีซั่นที่ผ่านมา โดยที่ขอไม่นับ กาลิเลโอ 2 ละกัน เพราะเป็นภาคต่อที่อาศัยกินบุญเก่าเสียเยอะ และกระแสก็มีแต่ลดลงเรื่อยๆ เรื่องนี้กระแสเรตติ้งเพิ่มขึ้นทุกตอนสาเหตุคงเป็นเพราะ เป็นรักโรแมนติกแบบง่ายๆ มีการผสมหลายกลุ่มเข้าไป ทั้งแม่บ้าน วัยรุ่น วัยทํางาน ถ้าใครจินตนาการไม่ออก ก็นึกเอาง่ายๆ ว่า เป็นโฮตารุเวอร์ชั่นแก่ขึ้นมาหน่อย ตอนแรกผมดูไปตอนเดียวเลยคิดว่ามันคล้ายเรื่องอาเจ๊ของ Ryoko ที่เคยดังมาก แต่พอดูไปหลายตอน บรรยากาศต่างๆ ผู้สร้างไม่รู้ทีมเดียวกันรึเปล่า ทําออกมาได้ โฮตารุ (สาวปลาแห้ง) แบบชัดมากๆ โดยเฉพาะบทของตัวนําสามคนเนี่ย แทบจะก็อปมาทั้งดุ้นเลย เปลี่ยนแค่อาชีพเท่านั้นเอง 55 คาแร็คเตอร์ตัวนําสามคนนี่เหมือนกันมากๆ
เรื่องการแสดง เรื่องนี้มีให้ติเยอะมาก แต่จุดติก็อยู่แค่คนเดียวคือ Miura คนอื่นคิดไงไม่รู้นะ แต่ผมว่าพี่แกแข็งกว่ายามะพีอีก แววตาต่างๆ สื่ออารมณ์ไม่ออกมาเลย แม้เจ้าตัวเองจะพยายามเต็มที่ แต่ว่ามันก็คงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของ Miura ไปแล้วเหมือนกับยามะพี ที่จุดขายคือความแข็ง 555 ผมแอบขําเรื่องนี้อยู่มากๆ เลยอย่างหนึ่งคือ บทสรุปของเรื่อง คือเรื่องแนวนี้มีเล่นกันมาเยอะมากๆ แล้วเพราะงั้นผู้สร้างคงกลัวเอามากว่า จะโดนนินทาว่าหากินง่าย เลยจบมันแบบเลี้ยวหักศอกกันเลยทีเดียว คืออารมณ์ของเรื่องที่ปูมาทั้งเรื่อง ที่แฟนๆ ตามจิ้นกันมาตลอด เรียกว่าถ้าเป็นบอล ทีมกําลังจะชนะอยู่แล้ว กลับโดนยิงแซงสองลูกในเวลาทดเจ็บสองนาทีประมาณนั้น ซึ่งผมดูจบแล้วออกแนวฮามาก พี่แกทําไปได้
ส่วนที่ว่าจบยังไง ทําไมมันถึงหักศอกแบบนั้น ในความรู้สึกของผม ต้องไปดูกันเอาเอง แต่ส่วนตัวผมแล้วเรื่องนี้กล้าพูดได้เลยว่า ไม่ว่าจะจบยังไง พระเอกตัวจริงคือ Naohito เท่ตั้งแต่ต้นเรื่องยันจบ เรื่องนี้เฮียแกยังโคตรเท่เหมือนเดิม เปลี่ยนลุ๊คจากหนุ่มนักธุรกิจมาดเนี๊ยบในหลายเรื่อง มาแนวเซอร์ๆ ได้เท่มาก ส่วนเนื้อเรื่อง อย่างที่บอกจบแบบหักศอกสําหรับผมเลยทีเดียว ในส่วนอื่นก็ไม่มีอะไรซับซ้อนมาก เป็นเรื่องปัญหาครอบครัวสังคมทั่วๆไป ก็มีเรื่องบางจุดที่ลึกลับ ให้ได้ตามสงสัยกันจนเกือบจบอยุ่บ้าง แต่ก็ไม่ได้มีสาระสําคัญอะไรกับเรื่อง ที่เรตติ้งดี ก็ตามลุ้นว่านางเอกจะลงเอยยังไงกันเป็นส่วนใหญ่  เพราะเนื้อเรื่องช่วง
กลางๆ มันปูเรื่องไปงั้นๆ เอง เหมือนหลอกให้คนตามดูไปเรื่อย ผมผิดหวังพอสมควรที่ผู้สร้าง ไม่กล้าจะให้เรื่องมันจบแบบปกติ ผมว่ามันไม่ได้เสียหายอะไรเลย ยิ่งจบแบบนี้ มันยิ่งรู้สึกกลวงๆ และไม่อินมากสําหรับผมไม่ว่ามองยังไง เรื่องนี้น่าจะทําได้ดีกว่านี้ ที่เรตติ้งดีส่วนตัวผมมองว่าซีซั่นที่ผ่านมา ไม่มีซีรี่ย์รักหวานๆ ให้ติดตามเท่าไหร่ ไปลงเอยกับจริตคนญี่ปุ่นอยากได้อะไรหวานๆ อยู่พอดี เรตติ้งก็เลยดี ทั้งที่เนื้อเรื่องเองก็ไม่มีอะไรแปลกใหม่นัก เรื่องนี้ต้องบอกว่ามาได้ถูกเวลา และหนังเองก็ทําออกมาไม่ได้แย่อะไร แต่ถ้าเป็น
โฮตารุ หรือเรื่องรักซึ้งๆ เรื่องอื่น มาได้ช่วงแบบนี้ ผมว่าเรตติ้งเผลอๆ ติด 20+ ขนาดเรื่องนี้ยังได้ไปตั้ง 15

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 เนื้อหาสาระมันไม่มีอะไรมาก พูดกันเล่นๆ ดูสองตอนแรกแล้วมาดูสองตอนจบ ผมว่ายังได้สาระส่วนใหญ่ของเรื่องเกือบจะหมด แต่ถ้าคนที่ชอบรักโรแมนติกชวนฝันแบบหวานๆ เรื่องนี้คงได้สัก 8/10

คลิ๊กที่นี้เพื่อซื้อซีรีย์ Last Cinderella

null
Detarame Hero

เรื่องนี้ถือว่ามาแหวกสักหน่อยสําหรับซีซั่นนี้ และก็เป็นแนวที่ไม่ค่อยจะมีให้เห็นนัก สําหรับซี่รี่ย์ช่วงเวลาหลัก คือแนวซุปเปอร์ฮีโร่ แต่ก็ไม่เต็มตัวทีเดียว หนังยังพยายามเน้นในส่วนของดราม่าและก็รักๆ ฮาๆ ปนไปตลอดเรื่อง หนังจับเอาประเด็นของฮีโร่พยายามมาตีความในอีกมุมหนึ่ง ก็ถือว่าพยายามได้ดี โดยรวมออกมาแล้วถือว่าผ่าน ดูได้เรื่อยๆ ไปจนจบ เนื้อเรื่องไม่สลับซับซ้อนอะไรมาก เด็กดูได้ผู้ใหญ่ดูดี แต่ดูจากเวลาฉายคงมีแต่ผู้ใหญ่ที่ได้ดู

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ถือว่าอยู่ในระดับดูได้เรื่อยๆ แต่ไม่มีอะไรให้ประทับใจ อาจจะมีบางฉากได้ซึ้งหรืออมยิ้มอยู่บ้าง แต่โดยรวมแล้ว เรื่องยังหลวมๆ อยู่

 

null

Take Five ~ Oretachi wa Ai o Nusumeru ka


เรื่องนี้อย่างที่บอกไปคือ โอเชี่ยน 11 เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ที่เอามาทําเป็นซีรี่ย์ แต่จะว่าไปโอเชี่ยนก็ไม่ใช่เรื่องแรกที่ทําหนังแนวนี้ เพียงแต่น่าจะเป็นที่รู้จักที่สุดของยุคสิบปีหลังมานี้ เลยเอามาเป็นตัวเทียบ เรื่องนี้ก็มาแนวขโมยที่ทํางานกันเป็นทีม โดยหนังจะเน้นทั้งแอ๊คชั่น ทั้งดราม่าและยังมีตลกผสมกับโรแมนติกไปตลอดทั้งเรื่อง ถือว่าทํามาได้ลงตัวพอสมควร
ข้อเสียใหญ่ของเรื่องนี้เลย ก็เป็นอย่างที่บผมบอกไปตั้งแต่พรีวิว คือนักแสดงมันเยอะ ดังๆ กันทั้งนั้น บทเลยต้องเฉลี่ยกันให้ได้โชว์ทั่วๆ หลายครั้งเนื้อเรื่องมันเลยไม่ต่อเนื่อง ได้คนละนิดละหน่อย มันเลยรู้สึกไม่ถึงใจในหลายส่วน เรื่องฝีมือการแสดงมีให้ติอยู่บ้างแต่ก็น้อย ตัวละครหลักๆ อย่างที่บอก ดังๆ กันหมด เรื่องการแสดงไม่ต้องพูดถึงยอดเยี่ยมกันหมดอยู่แล้ว เนื้อเรื่องก็พอดูได้ จะมาสนุกจริงๆ เอาตอนใกล้จบ
เรื่องนี้ก็มีหักมุมไปมาพอสมควรให้คนดูได้ลุ้นตาม และถือว่าจบใช้ได้ทีเดียวสําหรับผม ถ้าให้เลือกที่ประทับใจที่สุดก็คงเป็นโกโร่ ที่ขโมยซีนอยู่บ่อย ยิ่งตอนหลังๆ อีกยิ่งเด่นขึ้น และก็นางเอกจะเป็นนักแสดงที่เด่นสุดแล้วละมั้งสําหรับผม เพราะเป็นตัวนําคนเดียวที่ไม่ได้อยู่กลุ่มโจร บทฝั่งตํารวจเลยจะโชว์ตัวอยู่คนเดียวบ่อยๆ ก็เลยเด่น

เรื่องนี้ผมให้ 7.5/10 มันยังไม่ถึงใจในหลายๆ จุด ถ้าไม่ได้เนื้อเรื่องช่วงหลังๆ ช่วยไว้ อาจเหลือสัก 6.5 แต่ว่าช่วงหลังตีตื้นขึ้นมาได้ดีทีเดียว เหมาะสําหรับคนที่อยากดูพวกโจรเท่เวอร์ชั่นญี่ปุ่น ที่จะมีดราม่าและบทซึ้งๆ น่ารักๆ คอยแทรกอยู่ตลอด ตีโจทย์ออกมาได้แตกต่างจากฝั่งฮอลลีวู๊ดชัดเจนมาก อันนี้ต้องขอชม

คลิ๊กที่นี้เพื่อซื้อซีรีย์ Take Five ~ Oretachi wa Ai o Nusumeru ka

null

Otenki Oneesan


หนึ่งในตัวอย่างของการก้าวผ่านขีดจํากัด ของความคลั่งแนวสืบสวนของญี่ปุ่น จับเอาเรื่องพยากรณ์อากาศมาผูกกัน...ทําไปได้ ซึ่งต้องยอมรับว่า สองตอนแรกทําออกมาได้น่าติดตามทีเดียว เอมิในลุ๊คเด็กอมทุกข์ ถือว่าแปลกตาน่าสนใจ...ในช่วงแรก เรื่องนี้ก็เป็นไปอย่างที่ผมกลัวไว้ คือความแปลกน่าสนใจที่ว่า ถ้าต่อยอดไม่ดีหรือไม่ต่อยอดมันจะน่าเบื่อเร็วมาก เพราะอย่าลืมว่าเอมิ โผล่ในบทนํามาเยอะมากช่วงปีที่ผ่านมา คนเอียนกันแล้ว
แต่ด้วยการเปลี่ยนลุ๊คจากหน้ามือเป็นหลังมือ เลยเรียกความสนใจให้ได้ในช่วงแรก แต่พอตอนต่อๆ ไปยังมามุกเดิมๆไปเรื่อย ผสมกับบทและเนื้อเรื่องแบบแนวสืบสวนทั่วๆ ไป มันเลยกลายเป็นซี่รี่ย์ธรรมดาเรื่องหนึ่ง เนื้อหาในส่วนที่น่าสนที่สุด คงเป็นพวกในสถานี ในส่วนของเรื่องคดีอะไรนั้น ใช้มุกเดิมที่เรื่องอื่นยํากันมาเละแล้ว เลยไม่น่าสนใจ
อะไรนัก เพียงแค่เปลี่ยนมาใช้สภาพอากาศ ปรากฎการณ์ธรรมชาติ ในการหาคนร้ายเท่านั้นเอง ที่ผมเห็นว่าน่าสนใจคงเป็นพวกเบื้องหลังในการทํารายการของสถานี ดูแล้วสนุกดีได้เห็นอะไรหลังฉากแบบนี้

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 น่าจะได้สัก 8 แต่ว่าแต่ละตอนมันก็ให้ความรู้สึกเดิมๆ ไม่ค่อยจะมีการพัฒนาในเรื่องของตัวละครอย่างที่หวังไว้ และก็เอมิควรจะพักบทนําได้แล้ว ตอนนี้ชํ้ามาก ผมว่าคนคงเอียนเต็มทีแล้วละ เพราะฝีมือการแสดงยังต้องพัฒนาอีกนานใช้ได้เลยล่ะ ไปรับบทรองสักสองสามเรื่องดีกว่า ให้มันเก่งกว่านี้สักหน่อย กลับมาใหม่เรตติ้งจะดีแน่นอน ลองดูอายาเมะได้ รับบทนําไปเรื่องเดียวก็รู้ตัวเองว่ายังไม่ถึง สู้ไปสะสมฝีมือรับบทรองๆ ที่อาศัยความน่ารักกับฝีมือการแสดงระดับกลางๆ จะเป็นอะไรที่ติดตาผู้ชมมากกว่า ฝืนนําเรื่องไปแข็งๆ แบบนี้

คลิ๊กที่นี้เพื่อซื้อซีรีย์ Otenki Oneesan



null

Vampire Heaven


เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ถือว่าทําได้ดีในแนวทางของตัวเอง แสดงให้เห็นว่า ถ้าจับจุดแล้วเดินแนวทางที่วางไว้ให้ดีๆ ขัดเฉพาะจุดให้มันแวววาว แม้จะทุนน้อยดาราดังไม่มาก ก็สนุกและน่าสนใจได้ เรื่องนี้เริ่มแรกไม่ได้อยู่ในสายตาเลย แต่ว่างเลยลองโหลดมาดู พบว่าการนําเสนอทําออกมาได้สนุกน่ารัก องค์ประกอบต่างๆ ของหนังช่วยเสริมจุดขายหลัก
คือความน่ารักใสๆ ของเรื่องได้ดี ด้านการแสดงคงไปเอาสาระอะไรมากไม่ได้ อย่างที่บอกไปเรื่องนี้ทําให้เห็นว่า ไม่ต้องดีมันหมดทุกส่วน แต่ทําส่วนที่เราทําให้ดีได้ ให้ดีมากๆ ไปเลย หนังก็จะเด่นขึ้นมาเอง การแสดงก็ไม่มีอะไรน่าเกลียด ทําได้ดีแต่ก็เป็นบทพื้นๆ เสียส่วนใหญ่ เนื้อเรื่องก็รักเบาสมองปนแฟนตาซีทั่วๆ ไป เหมาะสําหรับคนที่อยากดูอะไรน่ารักเบาๆ อมยิ้มได้เรื่อยๆ เคล้าเพลงเพราะเคลิ้มๆ  ยิ่งนักแสดงนําหญิงสองคนเรื่องนี้น่ารักมาก
เคลิ้มแน่นอน

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 หากเป็นมาตรฐานทั่วไป แต่ถ้าพูดถึงหนังทุนตํ่าดาราไม่ได้ดังอะไรทําได้ขนาดนี้ให้ 9 ยังได้เลย

คลิ๊กที่นี้เพื่อซื้อซีรีย์ญีปุ่น Vampire Heaven

 

null

Minna ESPer dayo!


บ้าบอคอแตก แต่มีสาระสนุกดูแล้วอย่าพระพริบตา....เป็นคําจัดความง่ายๆ ของเรื่องนี้ เรื่องนี้มาแบบไร้สาระมากๆ แต่ว่าพี่แกก็ยังใส่สาระเข้ามาได้เรื่อยๆ ทําได้ดีด้วย นับถือจริงๆ เนื้อเรื่องไม่ได้มีแก่นสารอะไรมากมาย เหตุเกิดในพื้นที่หนึ่ง ที่มีพวกมีพลังพิเศษเต็มไปหมด แต่ละคนก็ไม่เต็มเต็งทั้งนั้น เรื่องมันเลยบ้าบอคอแตก แต่ว่าเรื่องนี้เป็นแนวดั้งเดมของ TV Tokyo คือมีโชว์อะไรให้กระพริบตาไม่ได้อยู่ตลอด ไม่โป๊ แต่ว่าพอเป็นกระษัย เรื่องนี้การแสดงคนอื่นๆ ก็งั้นๆ ซึ่งไม่ควรมาคาดหวังกับหนังแนวนี้อยู่แล้ว อย่างเรื่องด้านบน เขาเน้นจุดที่ควรเน้นแต่ว่า shota พระเอก กับ kaho แสดงได้ดีมากเลยละ shota ใน xxx-holic เรื่องที่แล้วโดนเจ๊ anne บีบนมใส่ทั้งเรื่องจนโดนกลบมิดไปเลย (โดนกลบทุกคนอะ) มาเรื่องนี้ได้แสดงฝีมือเต็มๆต้องยอมรับเลยว่านายแน่มาก แสดงได้เข้าถึงอารมณ์ตัวละครมาก วันหน้าจะก้าวขึ้นมาเป็นพระเอกแถวหน้าแน่นอน ถ้าไม่มีเรื่องอะไรเสียก่อน นอกจากความฮา
บ้าบอคอแตกของเรื่องแล้ว จุดขายของเรื่องนี้ คงเป็นการโชว์ต่างๆ ของสาวๆ ซึ่งจุดขายอยู่ที่สองตัวแสดงนําหญิง รับรองว่านํ้าลายไหลแน่ๆ น่ารักมากๆ ทั้งคู่

เรื่องนี้ผมให้ 8.5/10 ส่วนที่ควรจะดีทําได้ดีมาก เรื่องนี้คนที่อยากดูอะไรฮาๆ เบาสมองห้ามพลาดเด็ดขาดต้องยอมรับจริงๆ เดี๋ยวนี้ TV TOKYO ทําออกมาได้ดีมากหลายๆ เรื่องติดกัน จนช่องหลักๆ ยังต้องอายเลยเป็นการแสดงให้เห็นว่าเน้นให้มันดีในจุดที่ควรจะเป็น หนังจะสนุกไปเอง ไม่ต้องลงทุนอลังการอะไรเลย


null

35-sai no Koukousei


แล้วก็มาถึงเรื่องนี้ที่ฉีกแนวสุดๆ....เสียเมื่อไหร่ แนวเด็กมีปัญหาอีกแล้ว ลืมนับไปแล้วว่าเรื่องที่เท่าไหร่ของซีซั่นนี้ 55 และแน่นอน ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร โลกเรามันก็เท่าเดิมแค่นี้ จะให้แนวแปลกพิศดารอะไรมากกว่านี้ก็คงยากมากแล้วเรื่องนี้ก็เหมือนกับเรื่องอื่นๆ ที่ต้องฉีกตัวเองออกไปเพื่อความต่าง เพราะมันเป็นแนวซี่รี่ย์ที่มีมาเยอะแล้ว ไม่งั้นก็ไม่เด่นและการฉีกเรื่องนี้ก็ได้ ดราม่าควีน (ไม่ใช่พวกชอบเสี้ยมชาวบ้านแบบไทยเรานะ) มาเรียกเรตติ้งให้
โดยฉีกไปรับบทนักเรียนมัธยมวัยสามสิบห้า ซึ่งสร้างกระแสได้ดีทีเดียวสําหรับช่วงแรก หลังจากที่โทโมยะเคยดังมากกับบทนักเรียนชายเกินวัยมาแล้ว แต่เรื่องนี้แม้จะมีบทฮาอยู่บ้างเรื่อยๆ แต่หนังเน้นไปทางดราม่าเครียดๆ พอสมควรส่วนสาเหตุว่าทําไมนางเอกถึงเข้าไปเรียน เรื่องจบยังไงนั้น ต้องไปดูกันเอาเอง หนังมีปริศนาอยู่พอสมควรให้พอได้ลุ้นติดตามอยู่บ้าง เรื่องนี้ก็คล้ายกับเรื่องก่อนหน้าของเจ๊ Ryoko คือเริ่มเรื่องมาจะเป็นแกะดําที่ไม่มีใครเอาด้วย หลังๆ ก็เริ่มสร้างพวกเพิ่มขึ้น บทเจ๊แกจะแนวนี้มาหลายเรื่องมากละ ก็ถือว่าเหมาะกับบุคลิกของเจ๊เขาดี  แต่เรื่องนี้ที่ไปไม่ถึงดวงดาวแบบเรื่องก่อนที่ดังมาก คงเป็นเพราะแนวนี้มันมีเยอะมาก ตัวเปรียบเทียบเยอะมาก และปัญหาของพวกเด็กๆ ก็เดิมๆ มีให้เห็นมาเยอะละ แล้วเด็กเรื่องนี้แสดงได้แข็งเลยละ ในความเห็นของผม ยิ่งฝ่ายชายนี่มันดูแล้วไม่มีอารมณ์ร่วมของเด็กมัธยมปลายเลย เรื่องอาจารย์เห็นผียังทําได้ดีกว่าไม่ต้องไปเทียบอื่นไกล

เรื่องนี้ผมให้ 7/10 ก็เป็นไปตามาตรฐาน ถ้าไม่ได้ Ryoko นําเรื่องนี้คงจะดาดๆ มาก ด้วยบทที่เดิมๆและการแสดงของพวกเด็กในห้องที่ยังไม่ถึงใจ

คลิ๊กที่นี้เพื่อซื้อซีรีย์ 35-sai no Koukousei


null

Shima no Sensei


เรื่องนี้หลายคนอาจจะไม่รู้ ผมเองตอนทําพรีวิวเองก็ยังไม่รู้ มาเห็นเอาตอนออกไปได้สองตอนละ เพราะเป็นซี่รี่ย์หกตอนจบ และฉายทาง NHK ซีซั่นนี้ NHK ผลงานดีๆ เยอะมาก
เรื่องนี้เนื้อหาหลักจะเกี่ยวกับโรงเรียนบนเกาะเล็กแห่งหนึ่ง ที่จะรับเด็กมีปัญหาเช่นโดนแกล้ง หรือว่าครอบครัวมีปัญหา โดยมีครูจากโตเกียวมาสอนและให้เด็กได้รับความอบอุ่นจากคนรอบข้าง แต่ละคนจะได้มาอยู่รวมกันในบ้านหลังใหญ่ เรื่องนี้ Yukie มารับบทนําเป็นครูที่พยายามจะให้เด็กได้ยืนด้วยตัวเองอีกครั้งแน่นอนอย่างแรกไม่ต้องพูดถึง ซีรี่ย์บนเกาะของญี่ปุ่นกี่เรื่องๆ วิวสวยแบบ สมุยบ้านเราเป็นเกาะขยะไปเลยวิวเรื่องนี้เองก็สวยโคตรๆ เอาเป็นว่าแค่เห็นวิวธรรมชาติสะอาดตาก็อิ่มแล้ว การจัดแสงและฉากเรื่องนี้ต้องยอมรับว่า
ขั้นเซียนจริงๆ หมดจดมาก แต่ก็น่าเห็นใจเหมือนกัน เรื่องนี้แม้จะทําได้ดีรอบด้าน แต่ก็ไม่ถึงขั้นยอดเยี่ยม ยิ่งซี่รี่ย์แนวเกาะของญี่ปุ่นนั้น ต้องบอกว่ามาตรฐานสูงมากๆ อย่างแรกเลยธรรมชาติมันสวยอยู่แล้ว ถ่ายมาไม่สวยล่ะก็ไม่รู้จะทํายังไงแล้วละ อย่าง Dr. Koto ก็สร้างมาตรฐานแนวเกาะไว้สูงมาก เรื่องที่ตามมาทีหลังเลยเหนื่อยหน่อยหลังๆ เลยจะไม่ค่อยเห็นแนวนี้เด่นขึ้นมาเท่าไหร่ เพราะมาตรฐานสูงมาก เรื่องนี้การแสดงเด็กๆ หลายคนเก่งมาก ยิ่งเด็กที่เป็นตัวเด่นบางคน พวกดารากึ่งไอดอลเห็นแล้วคงอายกันเลยข้อเสียอีกอย่างของเรื่องนี้ก็คือการลําดับเรื่อง ในแต่ละตอนจะมีบางฉากที่ยืดยาวจนเกินไป คุยกันนานเกินไป เลยทําให้เกิดความไม่ต่อเนื่อง ถือว่าน่าจะเป็นจุดบอดที่สุดของเรื่องนี้แล้ว

เรื่องนี้ผมให้ 8/10 มีจุดด้อยอยู่ แต่ว่าในส่วนที่ดีต้องยอมรับว่าทําได้ดีเลย แม้มาตรฐานแนวนี้จะสูง แต่เรื่องนี้ก็พยายามเต็มที่ ติดที่จํานวนตอนมันน้อยไปหน่อย เลยมีข้อจํากัดเพิ่มเข้ามาถ่ายทอดได้ไม่เต็มที่ ใครที่ชอบยูกิเอะเป็นทุนเดิมอยู่แล้วห้ามพลาดเด็ดขาด หรือกําลังอยากกดูหนังวิวสวยๆ เนื้อเรื่องอิ่มเอมใจ ยิ่งห้ามพลาดเรื่องนี้


null

Kogure Shashinkan


เรื่องนี้ก็ NHK นําเสนออีกเรื่องหนึ่ง เป็นเรื่องสั้นๆ สี่ตอนจบ เนื้อเรื่องคร่าวๆ ก็คือ ชัตเตอร์กดติดวิญญาณ 55 แต่เรื่องนี้จะมาแนวดราม่าอบอุ่นๆ หน่อย โดยที่พระเอกเจอรูปถ่ายติดวิญญาณ ก็เลยพากันสืบหาเบาะแสของวิญญาณ แล้วก็เจอกับผู้คนต่างๆ ประมาณนั้น นักแสดงเรื่องนี้ได้ฝีมือดีๆ มาหลายคน ภาพก็สวย แต่ว่า แต่ว่า แต่ว่า...Ryunosuke (คนเดียวกับ Kazoku Gemuนั้นแหละ) พี่แกแข็งได้ไม่เสื่อมคลายจริงๆ ว่ายามะพีหรือว่า
มิอูระแข็งแล้วนะ บท Ryunosuke จะแข็งขึ้นมา ชนะสองคนนั่นไปเลยละ บางเรื่องก็แสดงโอเคนะ แต่บางเรื่องพอบทมันไม่เสริมแล้วทื่อไปเลย อย่าง spec เรื่องนั่นดูแล้วอึดอัดสุดๆ

เรื่องนี้ถ้าไม่คิดอะไรมาก ก็ดูได้เรื่อยๆ ให้คะแนนคงสัก 7/10 มันสี่ตอนจบ ประเด็นของเรื่องก็ไม่มีอะไรมากดูเวลาว่างๆ แก้คิดถึง ริโกะจังได้ดีเลยนะ เรื่องนี้รับบทแก่แดดอีกแล้วน่ารักจริงๆ 55

คลิ๊กที่นี้เพื่อซื้อซีรีย์ Kogure Shashinkan


null

Mayonaka no Panya-san


เรื่องนี้ NHK ส่งเข้าประกวดอีกหนึ่งเรื่อง พร้อมกับการกลับมารับงานแสดงแบบเรื่องยาวครั้งแรก ในรอบสี่ปีของทักกี้เคยมีความรู้สึกแบบผมรึเปล่า อยากมีน้องสาวน่ารักสักคน มีเพื่อนดีๆ สักคน แล้วเปิดร้านอะไรสักร้าน ช่วยกันทํางานแม้เงินจะไม่เยอะ แต่ว่ามันคงเป็นอะไรที่เงินเป็นภูเขา คงซื้อความสุขเท่าไม่ได้ ผมฝันอยากจะมีแบบนั้นมากๆ แต่ว่าชีวิตคนเราเลือกเกิดไม่ได้ ดันมีแต่น้องชายหัวดื้อกับเพื่อนขี้เมา 55 เรื่องนี้ช่วยเติมเต็มส่วนที่ขาดหายได้สุดๆ มาก มันลงตัวทุกส่วน ไม่ว่าจะการแสดงเนื้อเรื่อง การกำกับ เรื่องแสงเสียง เพลงประกอบซึ่งโคตรของโคตรเข้ากับหนังเลย ทักกี้กลับมารอบนี้ ฝีมือกับความหล่อไม่ได้ตกลงเลย ยิ่งพอมีอายุขึ้นยิ่งให้ความรู้สึกอบอุ่น ต่างจากตอนวัยรุ่น ที่จะได้ความหล่อมาดเท่ กับตอนเด็กที่ชอบรับบทเด็กกวนทีน ให้สาวๆ ได้อยากหยิกแก้มเล่นเรื่องนี้ก็แสดงได้ไหลหลื่นไม่มีอะไรให้ขัดใจ โดยเรื่องนี้กลับมารับบททําขนมปัง หลังจากเคยดังมากในตอนรุ่น กับบท
เด็กฝึกทําขนมหวานที่สาวกรี๊ดกันทั้งเอเชีย นักแสดงคนอื่นๆ ก็ลงตัว บทของแต่ละคนที่เข้ามา มีอารมณ์ร่วมกับหนังไปกันได้ดีมาก มาได้ถูกที่ถูกเวลากันตลอด และที่อยากจะพูดถึงเลยก็คือ Tao คนนี้ผมติดตามผลงานมาหลายเรื่องแล้วประทับใจมากทั้งน่ารักและฝีมือการแสดงที่พัฒนาขึ้นตลอด หน้าตาสวยคมมาก ออกแนว meisa  แต่น่ารักกว่าและเรื่องการแสดงดูแล้วนึกถึง Juri เข้าวงการใหม่ๆ เลยละ จับตาดุไว้ได้เลยคนนี้ถ้าไม่มีอุบัติเหตุอะไรเกิดขึ้นเสียก่อนสามดาวรุ่งสาวแห่งยุค โดนเบียดตกขอบเอาง่ายๆ  ยิ่งเรื่องนี้ต้องบอกว่าได้โอกาสแสดงฝีมือแบบเต็มที่และก็ไม่ปล่อยโอกาสให้เสียของ แสดงได้เนียนตามากๆ ได้ทักกี้เป็นป๋าดันให้ ดังพลุกแตกแน่ๆ เหมือนกับตอนที่ Juri, Erika กับ Kaho ได้ทาคุยะช่วยดันจนดังพลุแตกถึงทุกวันนี้ เรื่องที่ผมเริ่มเห็นฝีมือคือ Suzuki Sensei  ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับครู-นักเรียน เรื่องหนึ่งที่ผมว่าดีที่สุดที่ผมดูมาเป็นอันดับสอง (ลองดูแล้วจะรู้ว่าสุดยอดจริงๆ GTO หรือ Gokusen ตกขอบไปเลย)และเด็กๆ หลายคนจากเรื่องที่ว่า ตอนนี้ก็ดังขึ้นและไปแสดงหลายๆ เรื่องในซี่ซั่นนี้ด้ว
null
เรื่องนี้เป็นอีกเรื่องที่ประทับใจผมจริงๆ ผมให้ 9/10 ใจอยากให้ขึ้นหิ้งที่ 9.5 มาก แต่ยังมีความรู้สึกว่ามันสั้นไป ถ้าสัก 10 หรือ 11 ตอนจบ มันจะเป็นอะไรที่อิ่มใจมาก อยากดูอีกอะ แต่ถ้าเอาความชอบส่วนตัวนะ เรื่องนี้ผมให้ 10/10 ลงตัวทุกส่วน แถมเพลงประกอบของ chara เป็นอะไรที่เข้ากับเรื่องจนไม่รู้จะบรรยายยังไงจริงๆ อย่าเชื่อผมมากเลย ใครพลาดเรื่องนี้ ผมว่าเลิกดูซี่รี่ย์ญี่ปุ่นดีกว่า (ว่าไปนั่น)

คลิ๊กที่นี้เพื่อซื้อซีรีย์ Mayonaka no Panya-san


null
Soratobu Kouhoushitsu


เหินฟ้า!!!!....ไม่ต้องสงสัยไม่เกี่ยวอะไรกับศรราม แค่พอนึกถึงเรื่องนี้แล้วอยากตะโดนเหินฟ้ามาก เนื้อเรื่องก็ไม่ได้เกี่ยวอะไรกันด้วย แต่จะว่าไปบุคลิกพระเอกนางเอกสองเรื่องนี้ก็คล้ายๆ กันนะ พูดก็พูดหลายคนคงงง เพราะคงจะไม่รู้จักหรือเกิดไม่ทันดูผยองของเฮียศรราม 55 เพราะงั้นเข้าเรื่องหลักกันเลยดีกว่า ก่อนจะแก่ไปมากกว่านี้
เรื่องนี้ได้เวลาฉายที่เรียกว่า เป็นเวลาทองที่สุดของ TBS เลยก็ว่าได้ เพราะ ณ ปัจจุบันนี้ ช่วงเวลาที่ว่า ช่องอื่นไม่มีซี่รี่ย์หลักฉายอยู่เลย ฟูจิทีวีเอง ก็ยกเลิกไปแล้วเมื่อปลายปีที่แล้ว เพราะสู้ TBS ไม่ไหว เพราะฉะนั้นเรตติ้งของซี่รี่ย์วันอาทิตย์ของ TBS จะอยู่ในเกณฑ์ 10+ ทุกเรื่อง ตํ่ากว่านี้ถือว่าล้มเหลวมาก ถ้า 11-12 ถือว่ายังไม่ดีพอ 13-14 ถือว่าพอรับได้ มาตรฐานจะอยู่ที่ 15+ แต่ละซีซั่น TBS จะส่งเรื่องเด่นที่สุดของตัวเองลงช่วงเวลานี้อยู่บ่อยๆ อย่างที่ผ่านๆมาก็พวก Artaru หรือ Tonbi ซึ่งก็ได้เรตติ้ง 15+ ไปแบบไม่เหนื่อยอะไรมาก  เรื่องนี้ถ้าผมจําไม่ผิดรู้สึกว่าได้ 12 หน่อยๆ เพราะได้ตอนสุดท้ายที่เรตติ้ง 15+ มาช่วยไว้ เพราะเรื่องอื่นจบไปเกือบหมดแล้วเหลืออยู่สองสามเรื่องคนเลยหันมาดูกัน บวกกับมีฉากที่หลายๆ คนที่ตามดู คงรอว่าเมื่อไหร่จะมาสักทีลากกันจนจบเรื่อง 55
แม้เรื่องนี้จะมีงักกี้ซึ่งผมชอบมากๆ ตามดูทุกเรื่องที่แสดงเลย อาจจะดูเหมือนผมชอบนักแสดงหญิงทุกคน แต่ว่าที่ตามดูทุกเรื่องมีเพียงสี่ห้าคนเท่านั้น เพราะงั้นของงักกี้ ผมตั้งความหวังไว้สูงทุกเรื่อง แต่ก็ผิดหวังไปหลายครั้งเหมือนกัน Legal High ทําให้ผมหลับฝันดีได้ทุกครั้งที่ได้ดูตอนใหม่ๆ เรื่องนี้เลยหวังไว้มาก เพราะหนังจะเน้นบทโรแมนติกให้ด้วย
แต่ว่าน่าเสียดายที่เรื่องนี้เจอกับจุดบอดในบางด้าน และเป็นด้านที่สําคัญมากด้วย เรื่องการแสดงอันนี้คงจะหาข้อติอะไรไม่ได้ งักกี้ฝีมือก็พัฒนาขึ้นมาก Ayano เองก็เก่งอยู่แล้วไม่ต้องห่วงอะไร นักแสดงสมทบคนอื่นๆ ก็เก่งๆ กันหมด หาข้อติเรื่องการแสดงเรื่องนี้คงจะไม่มี
แต่จุดบอดมาอยู่ที่การลําดับเรื่อง ซึ่งเป็นส่วนที่สําคัญมาก เรื่องนี้ภาพก็สวยแสดงก็ดี แต่ว่าด้วยบทซึ่งเป็นจุดบอดที่สอง เป็นเนื้อเรื่องที่ธรรมดา แนวสู้ชีวิตสู้ความหลังอันโหดร้าย ที่มีให้ดูกันจนเอียนแล้ว มาเจอกับการลําดับเรื่องแบบชวนง่วงเข้าไป บางคนอาจถึงขั้นเอาไว้ดูแทนยานอนหลับได้ 55 อาจดูแรงไป แต่ไม่เชื่อลองดูตอนใกล้เวลานอนดู ผมเจอกับตัว
มาแล้ว 55 จุดบอดต่อมาก็เป็นที่งักกี้เอง อย่างที่ผมเคยบอกไป รับคาแร็คเตอร์แนวนี้มาสามสี่เรื่องติดกันแล้ว เลยทําให้มันดูจําเจไม่ได้ช่วยเสริมหนัง สุดท้ายแล้วดูเรื่องนี้จบผมก็ยังมีความรู้สึกว่า หนังพยายามจะเดินทางเดียวกับ Good Luck ! ของทาคุยะอยู่ดี เนื้อหาการเดินเรื่องมันเดจาวูตลอด แต่ว่าความลงตัวนั้นยังห่างกันเยอะมากๆ

เรื่องนี้ผมกัดฟัน แบบหลังจากดูตอนจบได้เห็นฉากที่กรูนั่งฉีกตาดูมานานแล้ว (แต่หนังยังไม่กล้าจริงมันยังไม่ถึงใจ) ให้ได้เต็มที่แค่ 7/10 แบบว่านึกถึงแต่ฉากนั้นไว้ ถ้าเอาแบบไม่ไว้หน้างักกี้เรื่องนี้ให้ ได้แค่ 6 เท่านั้นเอง น่าผิดหวัง

คลิ๊กที่นี้เพื่อซื้อซีรีย์ Soratobu Kouhoushitsu


null

Haitatsusaretai Watashitachi


เรื่องนี้ก็อาจจะไม่คุ้นตานักในบ้านเรา ผมเองก็ไม่ได้ทําพรีวิวไปด้วย เรื่อนี้ฉายทางช่อง wowow ซึ่งเป็นช่องใหม่มีมาไม่กี่ปีนัก แต่ช่วงปีสองปีมานี้ ทําซี่รี่ย์ดีๆ ออกมาหลายเรื่องมาก แต่ว่าบ้านเราคงจะไม่ค่อยได้ดู เรื่องนี้เองก็เป็นม้ามืดทีเดียว ผมเองมีโอกาสดูยังไม่นึกเลยว่าจะโดนขนาดนี้ หนังมีหลายๆ ส่วนที่เหมือนจะไม่เข้ากัน เพลงไปทางภาพไปทาง เนื้อหาของเรื่องการลําดับเรื่องที่มันไปกันคนละทางยังไงไม่รู้ แต่แปลกมากที่ผู้กํากับผู้สร้าง สามารถทําให้มันรวมกันแล้วลงตัวได้ ทั้งดราม่า มีมุกให้อมยิ้มอยู่เรื่อยๆ มีสาระแทรกอยู่ตลอด จนรู้สึกว่าตอนมันน้อยมากๆ อยากให้มันเพิ่มเป็นเรื่องยาวไปเลย เป็นอีกเรื่องหนึ่งที่นักแสดงลงตัวมาก เนื้อเรื่องที่มีประเด็นเริ่มน่าสนใจ และต่อยอดได้สมเหตุสมผล ให้เกิดเรื่องราวต่างๆ ขึ้น โดยเรื่องหลักเกี่ยวกับพระเอกที่เกิดเป็นโรคซึมเศร้าจนเสียงาน มีปัญหากับเมียกับลูกก็สื่อกันไม่เข้าใจ จนวันหนึ่งจะฆ่าตัวตาย แต่ทําไปทํามาไปเจอกับกองจดหมายเจ็ดปีก่อน ที่มีคนเอามาทิ้งไว้ พระเอกเลยลองเอาจดหมายพวกนั้นไปส่งให้ถึงมือผู้รับดู จนได้เจอกับเรื่องราวต่างๆ

เรื่องนี้ผมให้ 8.5/10 ถือว่าแหวกก็ได้ทีเดียว สําหรับเรื่องนี้ในเรื่องการลําดับเรื่องและการนําเสนอ ใครที่ชอบดราม่าปนตลกนิดๆ ห้ามพลาดเด็ดขาด ถึงไม่ชอบแนวนี้ก็ควรหามาลองดู

คลิ๊กที่นี้เพื่อซื้อซีรีย์ Haitatsusaretai Watashitachi

คิดว่าสําหรับซีซั่นนี้ หลักๆ ก็คงประมาณนี้ ยังมีอีกสามสี่เรื่องที่ผมข้ามไป ทั้งเพราะดูแล้วเฉยๆ มาก และบ้านเราคงไม่ดูกันอยู่แล้ว และพวกตอนพิเศษทั้งหลาย อันนี้ก็ขอข้ามไปเลยละกันครับ

ถ้าให้เรียงลําดับความชอบของผมในซีซั่นนี้


1. Mayonaka no Panya-san / Daini Gakushou สองเรื่องนี้เลือกไม่ถูกจริงๆ ยอดเยี่ยมทั้งสอง
2. Haitatsusaretai Watashitachi เป็นม้ามืดจริงๆ เรื่องนี้ได้ดูปุ๊บ แค่ฉากเปิดผมก็ถูกใจมากๆ แล้ว
3. Minna ESPer dayo! ดูสนุกเบาสมองการนําเสนอที่เพี้ยนๆ ดูเรื่องนี้แล้วผ่อนคลายมากๆ (รวมทั้งของแถมด้วย)
4. Shima no Sensei ถ้าพูดเรื่องฉากเรื่องนี้คงสวยที่สุดของซีซั่นนี้แล้ว เนื้อเรื่องก็น่าประทับใจ
5. Vampire Heaven น่ารักๆใสๆดูแล้วยิ้มได้ทุกตอน เป็นอีกเรื่องที่ผ่อนคลายมากๆ

หลายคนอาจจะสงสัยว่า ทําไมผมให้คะแนนพวกซีรี่ย์ฟอร์มเล็กเยอะมาก แต่พวกช่องหลักดาราดังๆ กลับคะแนนธรรมดาส่วนตัวผมคิดว่า ช่วงหลังๆ ช่องหลักและซีรี่ย์หลายเรื่อง ไปเน้นในส่วนของดาราดังมาเป็นจุดขายมากเกินไป จนบางเรื่องลืมดูการลําดับเรื่องและเนื้อหาที่นําเสนอ เพราะอิงกับกระแสดารา ผมว่าสําคัญที่สุดแล้วก็การลําดับเรื่องนี่แหละ ช่วยได้
เยอะมากๆ ไม่รุ่งก็หลับอะ แต่กลับกันพวกฟอร์มเล็กๆ ที่เอาดาราที่ไม่ใช่ A+ แต่เป็นพวก เกรด A หรือ B+ มาเล่นบทนํา เพราะงั้นจุดขายเขาเลยต้องเน้นให้ ดาราพวกนี้แสดงความสามารถได้เต็มที่ บทต้องดีลําดับเรื่องต้องดี ไม่งั้นก็ขายไม่ได้ พวกนี้เลยจะทําได้ดีกว่าอยู่บ่อยๆ ช่วงหลังช่องหลักชอบลืมแก่นแท้ๆ ของซี่รี่ย์ญี่ปุ่นไป แต่มันก็เป็นความเห็นส่วนตัวของผม บางทีคนญี่ปุ่นส่วนใหญ่ตอนนี้ อาจจะเบื่อแนวๆ พวกสวยงาม คลาสสิค และอยากดู
อะไรที่มันเข้าถึงง่ายๆ ไม่ต้องคิดอะไรมากก็ได้ แต่ว่าเรื่องดังๆ ที่ผ่านมาเรตติ้งดีๆ ก็มาแนวซี่รี่ย์ญี่ปุ่นแบบเต็มตัวทั้งนั้นไม่ว่าจะ Tonbi หรือแม่บ้านมิตะเอง เพราะงั้นผมเองก็คิดว่าจริตผมเองก็คงยังไม่เพี้ยนมากเท่าไหร่ (แต่ก็คงไม่ปกตินัก 55)

ยังไงก็ขอจบรีวิวของ ฤดูใบไม้ผลิ 2013 แค่นี้ ไว้โอกาสหน้าพบกับพรีวิวของหน้าร้อนกันอีกไม่นานนี้ ขอบคุณมากๆ ครับ ไม่ว่าใครก็ตามที่ว่างมากจนอ่านจนจบได้ 55 ผมยํ้าอีกครั้งว่าคนเราชอบไม่เหมือนกัน คะแนนที่ให้ๆ ไปก็เป็นกลางสุดๆแล้ว(มั้ง) ถ้ามีคะแนนพิศวาสก็จะบอกแยกไป จะถือเป็นจริงจังอะไรคงไม่ได้ ลองหามาดูสักตอน ชอบก็ดูต่อไม่ชอบก็เลิกดู ไม่ต้องสนใจหรอกเรตติ้งหรือใครจะว่ายังไง

 
ชอบเรื่องไหนสอบถามกันเข้ามาได้จ้า ส่่วนตัวแอดมินขอไปสอยเรื่องที่ทักกี้เล่นมาดูรำลึกความหลัง Antique ดีกว่า อิ อิ
และยังมีบทความ แนะนำซีรีย์ญี่ปุ่นใหม่ 2013 (ประจำช่วง Summer) ด้วยนะคะ
อย่าลืมเข้าไปดูกัน คลิ๊กเลย



CATEGORY

สั่งหนังทางนี้ได้ค่ะ 094 4242 650

Series Zap Line QR Code
สอบถามสินค้า ไม่ต้องพิมพ์ แค่เข้า Line
เลือก Add Friend แล้วสแกน QR Code

สินค้าขายดี

MEMBER

เข้าสู่ระบบด้วย
เข้าสู่ระบบ
สมัครสมาชิก

ยังไม่มีบัญชีเทพ สร้างบัญชีใหม่
ไม่เกิน 5 นาที
สมัครสมาชิก (ฟรี)

ติดตามสินค้า

Go to Top